โจรในคราบไคลตำรวจ
posted on 08 Sep 2010 06:23 by sonitas
ต้องยอมรับว่าเครื่องแบบตำรวจนอกจากจะมีเกียรติแล้วยังมีอิทธิพลควบคู่ไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าคนที่สวมใส่จะนำไปใช้ในทางไหน
ที่สุพรรณบุรีมีโจรกลุ่มหนึ่งอยู่ในคราบไคลของตำรวจ ออกตระเวนอุ้มเหยื่อแล้วยัดข้อหาค้ายาเสพติด ให้นำเงินมาแลกกับการปล่อยตัว
เป็นโจรในเครื่องแบบเต็มขั้นเต็มยศ !?!
มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย พอแก๊งนี้ถูกกระชากหน้ากากผู้เสียหายทยอยเข้าชี้ตัวยืนยันจนดิ้นไม่หลุด
มีคำถามว่าเหตุใดโจรตำรวจกลุ่มนี้ถึงออกมาทำชั่วได้ขนาดนี้ โดยที่ต้นสังกัดไม่ระแคะระคายบ้างเลยหรือไง
คนหนึ่งอยู่ที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน บช.น. คนหนึ่งอยู่กลุ่มงานสืบสวนอยุธยา คนหนึ่งอยู่สายปราบปรามที่ปากน้ำสมุทรปราการ
อีกคนเป็นอดีตตำรวจสันติบาล ยังมีทหารยศ จ.ส.อ.และอีก 2 คนอ้างว่าทำงานอยู่กับ กอ.รมน.
ไม่รู้ว่าทั้งหมดจับพลัดจับผลูมาเจอกันได้อย่างไร แต่คงไม่ไกลจากคำว่าฝนตกขี้หมูไหล
งานตำรวจมีเวลาว่างมากขนาดหาเวลามาทำชั่วได้มากมายขนาดนี้เลยหรือ ?
อยากให้ต้นสังกัดสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มากกว่านี้ บ้านเราเมืองเราได้ชื่อว่ามีตำรวจชั้นสัญญาบัตรมากมายก่ายกอง
ตั้งแต่ระดับรองสารวัตร สารวัตร รองผู้กำกับฯ ผู้กำกับฯ รองผู้การฯ ผู้การฯ รองผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ ฯลฯ ไล่เรียงกันแทบไม่หวาดไม่ไหว
ถ้าใส่ใจเสียหน่อยอาจจะรู้เรื่องแล้วจัดการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน
ที่สำคัญองค์กรตำรวจและเครื่องแบบสีกากีจะได้ไม่แปดเปื้อน
วันนี้เสียงครหานินทาเกิดขึ้นลับหลังอึงคะนึง ตั้งแต่เรียกชื่ออย่างเย้ยหยันว่า แบกเตารีดและคันไถมาทำงาน มาวันนี้แม้จะเปลี่ยนไปเป็นนักบิน แต่ยังคงความหมายกระทบกระเทียบเหยียดหยันเหมือนเคย
ทั้งที่เนื้อแท้งานตำรวจนั้นน่าบูชา ทว่ามีโจรในคราบไคลตำรวจเช่นนี้แหละ เลยทำให้ตำรวจดีๆ ต้องกลายเป็นตัวตลกและสิ่งน่ารังเกียจไปด้วย
เมื่อเป็นปลาในข้องเดียวกันแล้ว ตัวไหนเน่าต้องรู้ก่อนและเขี่ยทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เหม็นโฉ่ไปทั้งข้องอย่างที่เป็นอยู่ ?!!
ที่มา คมชัดลึก
ที่สุพรรณบุรีมีโจรกลุ่มหนึ่งอยู่ในคราบไคลของตำรวจ ออกตระเวนอุ้มเหยื่อแล้วยัดข้อหาค้ายาเสพติด ให้นำเงินมาแลกกับการปล่อยตัว
เป็นโจรในเครื่องแบบเต็มขั้นเต็มยศ !?!
มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย พอแก๊งนี้ถูกกระชากหน้ากากผู้เสียหายทยอยเข้าชี้ตัวยืนยันจนดิ้นไม่หลุด
มีคำถามว่าเหตุใดโจรตำรวจกลุ่มนี้ถึงออกมาทำชั่วได้ขนาดนี้ โดยที่ต้นสังกัดไม่ระแคะระคายบ้างเลยหรือไง
คนหนึ่งอยู่ที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน บช.น. คนหนึ่งอยู่กลุ่มงานสืบสวนอยุธยา คนหนึ่งอยู่สายปราบปรามที่ปากน้ำสมุทรปราการ
อีกคนเป็นอดีตตำรวจสันติบาล ยังมีทหารยศ จ.ส.อ.และอีก 2 คนอ้างว่าทำงานอยู่กับ กอ.รมน.
ไม่รู้ว่าทั้งหมดจับพลัดจับผลูมาเจอกันได้อย่างไร แต่คงไม่ไกลจากคำว่าฝนตกขี้หมูไหล
งานตำรวจมีเวลาว่างมากขนาดหาเวลามาทำชั่วได้มากมายขนาดนี้เลยหรือ ?
อยากให้ต้นสังกัดสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มากกว่านี้ บ้านเราเมืองเราได้ชื่อว่ามีตำรวจชั้นสัญญาบัตรมากมายก่ายกอง
ตั้งแต่ระดับรองสารวัตร สารวัตร รองผู้กำกับฯ ผู้กำกับฯ รองผู้การฯ ผู้การฯ รองผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ ฯลฯ ไล่เรียงกันแทบไม่หวาดไม่ไหว
ถ้าใส่ใจเสียหน่อยอาจจะรู้เรื่องแล้วจัดการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน
ที่สำคัญองค์กรตำรวจและเครื่องแบบสีกากีจะได้ไม่แปดเปื้อน
วันนี้เสียงครหานินทาเกิดขึ้นลับหลังอึงคะนึง ตั้งแต่เรียกชื่ออย่างเย้ยหยันว่า แบกเตารีดและคันไถมาทำงาน มาวันนี้แม้จะเปลี่ยนไปเป็นนักบิน แต่ยังคงความหมายกระทบกระเทียบเหยียดหยันเหมือนเคย
ทั้งที่เนื้อแท้งานตำรวจนั้นน่าบูชา ทว่ามีโจรในคราบไคลตำรวจเช่นนี้แหละ เลยทำให้ตำรวจดีๆ ต้องกลายเป็นตัวตลกและสิ่งน่ารังเกียจไปด้วย
เมื่อเป็นปลาในข้องเดียวกันแล้ว ตัวไหนเน่าต้องรู้ก่อนและเขี่ยทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เหม็นโฉ่ไปทั้งข้องอย่างที่เป็นอยู่ ?!!
ที่มา คมชัดลึก